15 ที่เที่ยวตุรกี 2025 แลนด์มาร์คเด็ด ถ่ายรูปปัง ไม่ได้มีแค่บอลลูน
ประเทศตุรกี (Turkey) หรือมีชื่อทางการว่า สาธารณรัฐตุรกี แต่ตอนนี้ทางประธานาธิบดี เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ได้ร้องขอให้หน่วยงานระหว่างประเทศเปลี่ยนชื่อเรียกจากตุรกีเป็น ตุรเคีย (Türkiye) ซึ่งการร้องขอนี้ก็เป็นผลสำเร็จ แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังเรียกกันติดปากว่าตุรกี และใช้การเขียนชื่อภาษาอังกฤษ (Turkey) กันอย่างกว้างขวางเหมือนเดิม ซึ่งประเทศตุรกีนี้เป็นเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างทวีปยุโรปและเอเชียขั้นกลางด้วยช่องแคบบอสพอรัส ใครที่มาที่นี่ก็จะได้เที่ยวทั้งในทวีปยุโรปและเอเชีย แบบ 2 in 1 กันไปเลย และเป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยสามารถไปเที่ยวได้ง่ายๆเพราะเป็นประเทศที่ฟรีวีซ่า สามารถอยู่ได้ 30 วัน เที่ยวกันให้จุกๆไปเลยค่ะ โดยวันนี้พวกเรา ChechInChill จะพาไปเที่ยวตุรกี ที่ไม่ได้มีดีแค่บอลลูน ยังมีสถานที่อื่นๆอีกมากมายรอให้เพื่อนๆไปเที่ยวกันอยู่นะคะ รับรองเลยว่าไปแล้วถ่ายรูปออกมาปังสุดๆไปเลยยย
อิสตันบลู (Istanbul)

คงไม่มีใครไม่รู้จัก อิสตันบลู (Istanblu) เป็นเมืองหลวงของทั้ง จักรวรรดิโรมัน จักรวรรดิไบแซนไทน์ รวมถึง จักรวรรดิออตโตมัน มหานคร 2 ทวีปแห่งนี้หลายๆคนจะเข้าใจผิดว่าเป็นเมืองหลวงของประเทศตุรกี แต่จริงๆแล้วเมื่อหลวงของตุรกี คือ อังการา (Ankara) ซึ่งเมืองอิสตันบลูนี้เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในตุรกี เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของตุรกีและมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,600 ปี มีสถาปัตยกรรมแบบเก่าและที่เที่ยวมากมาย โดยกิจกรรมยอดนิยมของที่นี่ ที่หลายๆคนห้ามพลาดเลยคือการล่องเรือผ่านช่องแคบแบ่งทวีป “ช่องแคบบอสฟอรัส” เป็นช่องแคบที่แยกระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย เพื่อปล่อยตัวปล่อยใจ มองซ้ายมองขวา ชมทัศนียภาพความสวยงามของบ้านเรือน และวิถีชีวิตของผู้คนในแถบนี้ ซึ่งโปรแกรมการล่องเรือมีหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น เรือเล็ก เรือใหญ่ เรือส่วนตัว พร้อมอาหาร สามารถเลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ มาที่นี่ต้องลองสักครั้งจะได้ประสบการณ์ที่มีความสุขและพิเศษกลับไปเต็มๆเลย
📍ชื่อสถานที่ : อิสตันบลู (Istanblu)
🔎ข้อมูลเพิ่มเติม : britannica.com
🗺Google Map : https://maps.app.goo.gl/BZreogSHQCKGa7sp9


ฮิปโปโดรม (Hippodrome)

เริ่มต้นที่แรกในอิสตันบลูด้วยที่นี่ ฮิปโปโดรม (Hippodrome) หรือจัตุรัสสุลต่านอาห์เมต อดีตเป็นสนามแข่งม้าและศูนย์กลางของเมืองในยุคไบแชนไทน์และจัดงานเฉลิมฉลองของกรุงคอนสแตนติโนเปิล ปัจจุบันหลายๆส่วนเสื่อมสภาพแทบไม่มีอะไรหลงเหลือ ยกเว้นเสาโอเบลิสก์แห่งธีโอโดเซียส (The Obelisk of Theodosius) เป็นอนุเสาวรีย์ที่เก่าแก่ที่สุดในอิสตันบลูด้วยความสูง 20 เมตรนี้เป็นประติมากรรมหินแกรนิตน้ำหนักหลายร้อยตันสลักภาษาอียิปต์โบราณที่มีอายุกว่า 3,000 ปี ถัดมาบริเวณใกล้เคียงกันยังมีเสาที่ทำจากสำริดต้นเล็กๆ ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า เสาโอเบลิสก์แห่งธีโอโดเซียส คือ Tripod of Plataea หรือที่เรียกกันว่าเสางู (Serpent Column) ซึ่งเป็นเสาสำริดที่มีลักษณะเป็นงูสามตัว แต่เดิมเสานี้สูง 8 เมตรแต่ภายหลังชำรุดเสียหายปัจจุบันความสูงจึงเหลือเพียง 5 เมตรเท่านั้น และเสาคอนสแตนตินโอเบลิสค์ (Constantine Obelisk) ที่มีความสูง 32 เมตร ที่ยังไม่ทราบประวัติความเป็นมาอย่างแน่ชัด ถ้าใครที่ชอบถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่แบบนี้แนะนำเลยค่ะ
📍ชื่อสถานที่ : ฮิปโปโดรม (Hippodrome)
⌚เวลาทำการ : เปิดบริการ 24 ชั่วโมง
🌎การเดินทาง : รถราง (Istanbul Tram T1) ลงสถานี Sultanahmet Station และเดินต่อเข้าไปที่ฮิปโปโดรม
💰ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี
🗺Google Map : https://maps.app.goo.gl/BVg68FMaJrpnXVvq7



ฮาเกีย โซเฟีย (Hagia Sophia)

ท๊อปลิสต์อันดับต้นๆของนักท่องเที่ยว ฮาเกีย โซเฟีย (Hagia Sophia) เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง โบถส์ทรงโดมที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่มาเป็นเวลาพันปี เคยถูกเปลี่ยนสถานะมาหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่โบสถ์ มัสยิด พิพิธภัณฑ์ และกลับมาเป็นมัสยิดอีกครั้งในปัจจุบัน ท่ามกลางความเศร้าโศกของชาวคริสต์และความปลื้มปีติของชาวมุสลิมและเป็นข่าวโด่งดังมากในช่วงปี 2020 ที่มีความสวยงามยิ่งใหญ่อลังการตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไป ด้านในของตัวโบถส์รวมศิลปะของชาวคริสต์และอิสลามผสมผสานกันได้อย่างลงตัว เป็นสถาปัตยกรรมอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด
📍ชื่อสถานที่ : ฮาเกีย โซเฟีย (Hagia Sophia)
🔎ข้อมูลเพิ่มเติม : ayasofyacamii.gov.tr
⌚เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 9.00 – 17.00
💰ค่าเข้าชม : เริ่มต้นที่ราคา 72 ลีราตุรกี
🌎การเดินทาง : รถราง (Istanbul Tram T1) ลงสถานี Sultanahmet Station และเดินต่อเข้าไปที่ฮาเกียโซเฟีย
🗺Google Map : https://maps.app.goo.gl/ZTcke9XcxgqVSYiV8


สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque)

สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) หรือ บูมอสก์ หรือ มัสยิดสุลต่านอาเหม็ด เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองนครอิสตันบูล ภายในตกแต่งสีน้ำเงินมีลวดลายสวยงาม เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการให้เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนา ที่สะท้อนถึงความเป็นอิสลามได้อย่างชัดเจน หอคอยสูง 6 ต้น โดมที่มีระเบียงล้อมกลางมัสยิด การสร้างที่นี่ คือต้องการเอาชนะหรือสร้างมัสยิดขึ้นมาให้ใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟียของศาสนาคริสต์ มีสุลต่านหลายพระองค์ต้องการสร้างมัสยิดที่มีขนาดใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟียมาแทบทุกยุคสมัยแต่ไม่มีใครทำสำเร็จ มีเพียงสุลต่านอาห์เมตที่ 1 และเมห์เมตอาอา (Mehmet) สถาปนิกผู้ออกแบบ เขาต้องการให้โลกรู้ว่าเขามีความสามารถเหนือกว่าผู้ออกแบบวิหารเซนต์โซเฟีย จึงออกแบบให้มีขนาดใหญ่และอลังการกว่าวิหารเซนต์โซเฟีย ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมได้ไม่เสียค่าใช้จ่าย
📍ชื่อสถานที่ : สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque)
⌚เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 9.00 – 18.00
🌎การเดินทาง : รถราง (Istanbul Tram T1) ลงสถานี Sultanahmet Station แบะเดินต่อเข้าไปที่สุเหร่าสีน้ำเงิน
💰ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี
🗺Google Map : https://maps.app.goo.gl/LaUfLykp42rmJaADA


พระราชวังโทพคาปิ (Topkapi Palace)

พระราชวังโทพคาปึ (Topkapi Palace) พระราชวังสำคัญและเก่าแก่ที่อยู่คู่กับเมืองอิสตันบลูมาเป็นเวลาอันยาวนานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1985 จากองค์กรยูเนสโก้ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากฮาเกีย โซเฟีย ตัวพระราชวังสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1459 โดยสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 เพื่อใช้เป็นที่ประทับ แต่ปัจจุบันถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภันฑ์ที่ไว้จัดแสดงทรัพย์สินต่างๆของศาสดามูฮัมหมัด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องราชฯ อาวุธต่างๆ ด้านในตกแต่งอย่างหรูหราสวยงาม และที่พระราชวังแห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวของช่องแคบบอสฟอรัสที่เราล่องเรือชมวิวกันไปอีกด้วย ซึ่งที่นี้จะต้องซื้อบัตรก่อนเข้าไปชม ทางเจ้าหน้าที่จะให้ Audio guide เป็นข้อมูลสำหรับการท่องเที่ยวให้ผู้เข้าชมได้ฟังอีกด้วย ใครมาที่นี่แนะนำให้มาตอนช่วงเช้านะคะ เพราะตอนบ่ายจะมีผู้เข้าชมต่อแถวซื้อบัตรกันค่อนข้างแน่น เลยไม่อยากให้เสียเวลาและพลาดการชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ค่ะ
📍ชื่อสถานที่ : พระราชวังโทพคาปึ (Topkapi Palace)
🔎ข้อมูลเพิ่มเติม : topkapipalace-tickets.com
⌚เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 10.00 – 16.00 น.
💰ค่าเข้าชม : 500 ลีราตุรกี/คน (ราคาสำหรับพระราชวังโทพคาปีและอนุสรณ์ฮาเกียไอรีน)
🌎การเดินทาง : รถราง (Istanbul Tram T1) ลงสถานี Sultanahmet Station และเดินต่อเข้าไปที่พระราชวังโทพคาปี
🗺Google Map : https://maps.app.goo.gl/A4Se4o83Fv1eeDME9


หอคอยกาลาตา (Galata Tower)

หอคอยกาลาตา (Galata Tower) แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของอิสตันบลูฝั่งยุโรป สามารถเดินเท้ามาจากสะพานกาลาตาได้ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาชมวิวของเมืองอิสตันบลูแบบรอบด้าน ได้เห็นภาพรวมของเมืองแบบใหญ่ๆ พร้อมชมพระอาทิตย์ตกในช่วงตอนเย็น สามารถซื้อบัตรด้านล่างได้ และมีลิฟต์ให้สำหรับคนที่ขึ้นไป ด้านบนจะมีร้านอาหารไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวรับประทานอาหารพร้อมทั้งชมวิวเมืองไปด้วย แต่ถ้าใครมีบัตร Museum Pass Istanbul แล้วก็สามารถใช้เข้าชมได้เลยไม่ต้องเสียเวลาต่อแถวซื้อบัตร เพราะในช่วงเย็นแถวจะค่อนข้างยาว หลังจากที่เดินลงมาจากหอคอย โดยบริเวณรอบๆก็จะมีร้านอาหาร ร้านค้า คาเฟ่ มากมายอยู่ริม 2 ฝั่งถนน ดื่มด่ำกับบรรยากาศ Local แบบเรียบง่าย สำหรับใครที่้ไม่ได้ขึ้นไป บริเวณด้านล่างหอคอยก็ถ่ายรูปสวยไม่แพ้กัน แต่งตัวแบบจัดเต็มไปได้เลย
📍ชื่อสถานที่ : หอคอยกาลาตา (Galata Tower)
🔎เว็บไซต์ : muze.gov.tr
⌚เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 8.00 – 22.00
💰ค่าเข้าชม : 100 ลีราตุรกี
🌎การเดินทาง : รถราง (Istanbul Tram T1) ลงสถานี Karaköy İstasyonu Station จากนั้นเดินไป 500เมตร
🗺Google Map : https://maps.app.goo.gl/y2y7LQHcjzxA3YXT7


ชานัคคาเล่ (Canakkale)

ชานัคคาเล่ (Canakkale) เมืองท่าที่สำคัญของตุรกี ตั้งอยู่ห่างจากเมืองอิสตันบลูด้วยระยะเวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง อยู่บนจุดแคบที่สุดของช่องแคบดาร์ดาแนลบนฝั่งของ 2 ทะเลคือ มาร์มาราและอีเจี้ยน มีความยาว 65 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 1.3 กิโลเมตร เคยเป็นที่ตั้งของกรุงทรอย ที่ปรากฎในสงครามกรุงทรอย ปัจจุบันก็ยังมีซากของกำแพงเมือง หรือ สิ่งก่อสร้างสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เป็นหินหนาอยู่จึงทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เมืองนี้ก็เป็นแหล่งยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวหลายๆคนต่างเข้ามาเพื่อชมความสวยงามของม้าไม้และถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
📍ชื่อสถานที่ : ชานัคคาเล่ (Canakkale)
🔎เว็บไซต์ : canakkale.net.tr
🗺Google Map : https://maps.app.goo.gl/3HHTMbo3D36KUsc68

ม้าโทรจัน (Trojan Horse Statue)

ม้าโทรจัน (Trojan Horse Statue) แลนด์มาร์คสำคัญ อยู่บริเวณริมแม่น้ำของเมืองชานัคคาเล่เลียบท่าเรือ Canakkale Marina เป็นที่ตั้งของม้าโทรจันที่ทำจากไม้ ที่ชาวกรีกทำขึ้นให้เพื่อเป็นของกำนัลในการชนะสงคราม แต่แอบบรรจุทหารใส่ไว้ในม้าเพื่อไปตีเมืองทรอย ซึ่งมาไม้ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันไม่ใช่ของจริง แต่เป็นม้าไม้ที่ทางกองถ่ายทำภาพยนตร์ของ วอเนอร์ บราเธอร์ ให้ไว้เมื่อตอนถ่ายทำเสร็จจึงยกให้เป็นสมบัติของเมืองชานัคคาเล่ แม้จะเป็นม้าที่พึ่งสร้างขึ้น ก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไม่น้อย ถือว่าเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต้องห้ามพลาด ส่วนใครที่อยากดูม้าไม้เมืองทรอยของจริง จะตั้งอยู่ที่เมืองทรอย Trojan Ruins จะต้องซื้อบัตรเพื่อเข้าชมในราคา 35 ลีราตุรกี
📍ชื่อสถานที่ : ม้าโทรจัน (Trojan Horse Statue)
🔎ข้อมูลเพิ่มเติม : canakkale.net.tr
⌚เวลาทำการ : เปิด 24 ชั่วโมง
🌎การเดินทาง : นั่งเครื่องบินจากอิสตันบลูมายังสนามบินชานัคคาเล่ใช้เวลา 3 ชั่วโมง หรือ นั่งรถบัส
🗺Google Map : https://maps.app.goo.gl/oysDxJ3omp8ok5AT9

คูซาดาซี (Kusadasi)

คูซาดาซี (Kusadasi) เมืองชายฝั่งทะเลของตุรกี ที่มีรีสอร์ทและโรงแรมสวยอยู่เรียงรายเต็มไปหมด ชายหาดทอดยาว 2 กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบกิจกรรมทางน้ำและความบันเทิง ให้อารมณ์เหมือนภูเก็ตหรือพัทยาบ้านเรานั้นเอง นักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลินกับแหล่งช้อปปิ้งที่หลากหลาย และถ่ายรูปชมความสวยงามของซากปรักหักพังต่างๆ ที่อยู่มามากกว่า 2,000 ปี
📍ชื่อสถานที่ : คูซาดาซี (Kusadasi)
🗺Google Map : https://maps.app.goo.gl/Y4p8pzG1wMkqhwLd7


ซากปรักหักพังของวิหารอธีนา (Priene Ruins)

Priene Ruins เป็นซากปรักหักพังของวิหารอธีนา อยู่บนชายฝั่งทะเลอีเจี้ยนห่างจากตัวเมืองไป 35 กิโลเมตร เป็นเมืองกรีกโบราณที่เป็นของอาณาจักร Lonia เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีอายุกว่า 2,000 ปี มีชื่อเสียงในด้านยสาปัตยกรรมแบบเฮลเลนิสติก แต่เดิมสร้างขึ้นบนแนวชายฝั่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปสภาพทางภูมิศาสตร์และภูมิทัศน์เปลี่ยนไป ทำให้ต้องประสบปัญหาทางเศรษฐกิจเนื่องจากการค้าทางทะเลลดน้อยลง แต่ปัจจุบันตั้งอยู่กลางที่ราบอันอุดมสมบูรณ์และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
📍ชื่อสถานที่ : ซากปรักหักพังของวิหารอธินา (Priene Ruins)
⌚เวลาทำการ : เปิดบริการ 24 ชั่วโมง
🌎การเดินทาง : นั่งเครื่องบินจากอิสตันบลู 1 ชั่วโมงลงสนามบินโบดรัม จากนั้นต่อรถตู้เข้าไปที่ Priene Ruins
🗺Google Map : https://maps.app.goo.gl/3LBgFLChZoJ1wK4EA


เมืองโบราณเอเฟซุส (Ephesus)

เมืองโบราณเอเฟซุส (Ephesus) เป็นเมืองโบราณเก่าแก่ที่ไม่ทราบหลักฐานชัดเจนว่าเกิดขึ้นในสมัยใด แต่นักประวัติศาตร์สันนิฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 14 เป็นเมืองที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี บรรยากาศรอบๆเมืองโบราณนี้ เป็นหินอ่อนตัดกลางใจเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างสมัย 2,000 ปีที่แล้ว มีทั้งโรงละครกลางแแจ้ง ที่รองรับผู้คนได้ถึง 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงทุกวันนี้ และยังมีห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของสถาปัตยกรรมสวยงามไม่ว่าจะเป็นห้องอาบน้ำ ห้องอบไอน้ำ ภายในประดับด้วยโมเสกและรูปปั้นต่างๆอย่างสวยงาม
📍ชื่อสถานที่ : เมืองโบราณเอเฟซุส (Ephesus)
🔎เว็บไซต์ : whc.unesco.org
⌚เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 8.00 – 18.30 น.
🌎การเดินทาง : ขึ้นเครื่องบินจากอิสตันบลู 1 ชั่วโมงไปยัง อิซเมียร์ (Izmir) จากนั้นต่อรถบัสไปยังเมืองโบราณเอเฟซุส
🗺Google Map : https://maps.app.goo.gl/pcKRajQiqpBPo51d6


ปราสาทปุยฝ้าย ปามุคคาเล (Pamukkale)

ปราสาทปุยฝ้าย ปามุคคาเล (Pamukkale) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติของตุรกีที่ไม่ควรพลาด เกิดจากตะกอนหินปูนที่ทำปฏิกิริยากับอากาศจนจับตัวแข็งกลายเป็นแอ่งและมีทางน้ำแร่ในใต้ดินใหลออกมาคล้ายน้ำตก กลายเป็นปติมากรรมฝีมือธรรมชาติที่สวยมาก และทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามอีกที่หนึ่ง นักท่องเที่ยวนิยมไปเล่นน้ำในช่วงหน้าร้อน แต่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่หน้าไปเหมือนกันจะเป็นช่วงที่น้ำล้นขึ้นแอ่งถ่ายรูปออกมาสวยสุดๆไปเลยค่ะ
📍ชื่อสถานที่ : ปราสาทปุยฝ้าย ปามุคคาเล (Pamukkale)
⌚เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 6.30 – 18.00 น.
🌎การเดินทาง : ขึ้นเครื่องบินจากอิสตันบลู 1 ชั่วโมง ลงสนามบินเดนิซลี (Denizli) และต่อรถมายังปราสาทปุยฝ้าย ปามุคคาเล
💰ค่าเข้าชม : 35 ลีรา (Including hot spring / Hierapolis ruins) และ 80 ลีรา (Including hot spring / Hierapolis ruins / cleopattra pool )
🗺Google Map : https://maps.app.goo.gl/v2GeJnH3tcAw82Xp8


คัปปาโดเกีย (Cappadocia)

คัปปาโดเกีย (Cappadocia) เมื่อพูดประเทศถึงตุรกี หรือ เมืองคัปปาโดเกีย หลายๆคนคงจะนึกถึงวิวบอลลูนถ่ายรูปสวยๆ แต่งตัวจัดเต็มสีสันฉูดฉาดสู้สีบอลลูน เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวหลายๆคนต่างให้ความสนใจและอยากมาเปิดประสบการณ์สุดพิเศษ ขึ้นบอลลูนสักครั้งหนึ่งในชีวิตเก็บบรรยากาศในขณะที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า สำหรับใครที่กลัวความสูงแต่อยากได้รูปสวยๆ ก็เช่ารถคลาสสิคเปิดประทุนชมวิวบอลลูนอย่างใกล้ชิดได้ ตรงที่ให้เช่าจะมีคนขับรถให้ ไปกับกลุ่มเพื่อนแชร์ค่าเช่ากันคุ้มมากๆ เมื่อลงจากบอลลูนแล้วพนักงานจะให้ Certificate มาด้วยว่าเราได้ขึ้นบอลลูนที่นี่แล้ว แต่ถ้าไม่ได้ขึ้นบอลลูนหรือไม่ได้เช่ารถก็ไม่เป็นไร โรงแรมในระแวกนี้ก็ยังมีชั้นดาดฟ้าให้ใช้บริการขึ้นไปชมความสวยงาม ถ่ายรูปจากระเบียงที่มีแบคกราวน์เป็นบอลลูนที่ลอยอยู่เต็มท้องฟ้าก็สวยไม่แพ้กัน ใครจะไปขึ้นบอลลูนก็เช็คสภาพอากาศกันดีๆด้วยนะคะ นอกจากบอลลูนแล้วคัปปาโดเกียก็ยังมีหินยักษ์หลายรูปทรงแปลกตา ที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติมานับล้านปี ทำให้ทั่วทั้งเมืองดูเหมือนอยู่ในเทพนิยาย
📍ชื่อสถานที่ : คัปปาโดเกีย (Cappadocia)
🔎ข้อมูลเพิ่มเติม : hotairballooncappadocia.com
💰ค่าเข้าชม : ค่าขึ้นบอลลูน 4,500 – 12,000 บาท/คน (ขึ้นอยู่กับขนาดบอลลูนและจำนวนคน)
🌎การเดินทาง : ขึ้นเครื่องบินจากอิสตันบลู 1 ชั่วโมง ลงสนามบิน Kayseri หรือ Nivsehir แล้วต่อรถเข้าไปยัง Goreme National Park
🗺Google Map : https://maps.app.goo.gl/rmJBsGACRuKKC2NR7


ร้านขายพรม Galerie Ikman

ร้านขายพรม (Galerie Ikman) นอกจากจะขายพรมแล้วที่ร้านก็ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจที่แบ่งพื้นที่อีกส่วนเป็นพื้นที่ถ่ายรูปกับพรมสวยๆในร้าน เป็นอีกหนึ่งที่ไฮไลท์ของคัปปาโดเกียที่ตากล้องหรือนางแบบจำเป็นต้องไม่พลาด ร้านขายพรมที่ชื่อเสียงโด่งดังสุดฮิตที่นักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายรูปกันแบบไม่ขาดสาย มีการจัดสถานที่ไว้อย่างดี มีไฟสปอร์ตไลท์เหมือนกับที่ใช้ในงานถ่ายแบบแถมมีช่างภาพให้ด้วย โพสท่าสวยๆรอได้เลยค่ะได้รูปที่เวอร์วังอลังการแน่ๆ แต่ใครที่จะเข้าไปถ่ายรูปที่นี่จะต้องเสียค่าเข้าประมาณ 50 ลีรานะ หรือไปกับกลุ่มเพื่อนก็เหมารอบไปได้เลย ร้านแทบจะไม่ได้ขายพรมแล้ว แทบจะเป็นสตูดิโอถ่ายภาพอยู่แล้วว
📍ชื่อสถานที่ : ร้านขายพรม (Galerie Ikman)
⌚เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 8.30 – 22.00 น.
🌎การเดินทาง : อยู่บริเวณ Goreme National Park เดินมาที่ร้าน 200 เมตร
🗺Google Map : https://maps.app.goo.gl/yMihLMtLoBptKAZQA


เกอเรเม่ (Goreme Historical National Park)

เกอเรเม่ (Goreme Historical National Park) หินรูปทรงประหลาดในเมืองคัปปาโดเกีย เกิดจาการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟฮาซานระเบิด ลาวาได้ทับถมอัดแน่นพื้นที่จนกลายเป็นชั้นดิน ชั้นหินที่แข็งตัวจับกันเป็นก้อน เมื่อเวลาผ่านไปที่แห่งนี้ถูกสายลม สายฝน กระแสน้ำ และความเย็นจากหิมะ ถล่มใส่ชั้นดินและชั้นหินเหล่านี้อย่างหลายต่อหลายครั้ง จนทำให้เกิดเป็นรูแหว่ง และมีรูปร่าง รูปทรงที่แปลกตาแตกต่างกันออกไป เวลาผ่านไปมีมนุษย์เดินทางมาในที่แห่งนี้แล้วเห็นลักษณะหินเหมือนปล่องไฟ จึงเรียกกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” และเมืองเกอเรเม่นี้ยังมีเส้นทางให้เดินเท้าสวยๆ อย่าง Pegion Valley และ Rose Valley ทั้งสองทางนี้เมื่อเดินไปเรื่อยจะพบกับป่าหิน ที่มีหินหลายๆรูปร่างอยู่มากมาย ใครที่มาที่แล้วห้ามพลาดที่จะกดชัตเตอร์กับความสวยงามของธรรมชาติแห่งนี้
📍ชื่อสถานที่ : เกอเรเม่ (Goreme)
🔎เว็บไซต์ : portali.gov.tr
⌚เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 8.00 – 20.00 น.
🌎การเดินทาง : จากร้านขายพรม (Galerie Ikman) นั่งรถต่อมาที่ Goreme Historical National Park ใช้เวลา 15 นาที
🗺Google Map : https://maps.app.goo.gl/8irZwnVaG2snj1j48


เป็นยังไงกันบ้างคะ กล้องถ่ายรูปเมมเต็มกันหรือยัง เห็นไหมล่ะประเทศตุรกีไม่ได้มีบอลลูนอย่างเดียว ประเทศที่เต็มไปด้วยประติมากรรมทางประวัติศาสตร์มากมาย วิวทิวทัศน์อย่างกับออกมาจากนิยายและยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่รอให้เพื่อนๆเข้าไปชมอยู่ ในแต่ละที่ก็ถ่ายรูปออกมาสวยมาก ให้ฟีลกันไปคนละแบบ และใครที่มาที่นี่แบบคนเดียวลุยๆ กลุ่มเพื่อนสายเม้าท์ หรือ มาเอาฟีลโรแมนติกกับหวานใจก็ได้หมด ประเทศ 2 ทวีปแห่งนี้ตอบโจทย์มากๆเลย แต่แนะนำให้แต่งตัวสีฉูดฉาดให้ตัดกับท้องฟ้า สีบอลลูน บอกเลยว่าเลิศแน่ๆ ทริปหน้าเราจะพาไปที่ไหนกันต่อ รอติดตามชมกันนะคะ
Leave a comment
Your email address will not be published. Required fields are marked *