30 ที่เที่ยวเพชรบุรี 2025 ท่องประวัติศาสตร์ พักผ่อนริมหาด สัมผัสธรรมชาติริมเขา

อย่าพึ่งเลยไปหัวหินนะ มาแวะกันที่ตัวเมืองกันเสียก่อน เพชรบุรี เป็นจังหวัดติดชายฝั่งทะเลในภาคตะวันตกของไทย แต่ถ้าอิงตามกรมอุตุนิยมวิทยาก็จะจัดอยู่ในภาคใต้ตอนบน ภูมิประเทศมีทั้งบริเวณที่สูงติดเทือกเขาและที่ราบชายฝั่งทะเล เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลชั้นดีอีกด้วย ห่างจากกรุงเทพฯ 123 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง เท่านั้น  มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์, ทางวัฒนธรรม และยังเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอีก ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ที่ต่างแวะเวียนมาท่องเที่ยวกันตลอดทั้งปี ใครมีแพลนจะมาเที่ยว แต่ไม่รู้ว่าจะไปไหน ลองตาม เช็คอินชิลล์ เรามาดู 30 ที่เที่ยวเพชรบุรี ท่องประวัติศาสตร์ นั่งพักผ่อนริมหาด และสัมผัสธรรมชาติริมเขา สามารถเที่ยวได้ทั้งแบบไปเช้า-เย็นกลับ หรือจะค้างคืนก็ดีงามทั้งริมหาด, ริมเขา แถมยังเหมาะกับการพาครอบครัวมาเที่ยวสุด ๆ มาดูกันเลยค่ะ ว่า จะมีที่ไหนน่าลิสต์ไว้ในแพลนเราบ้าง

(สารบัญ) 30 ที่เที่ยวเพชรบุรี 2568 ท่องประวัติศาสตร์ พักผ่อนริมหาด สัมผัสธรรมชาติริมเขา ซ่อน

ภาพมุมสูง, หาดชะอำ โดย Shutterstock.com

สถานที่พักผ่อนยอดฮิตของคนไทย ชายหาดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบุรี หาดชะอำ หาดทอดยาวสุดลูกหูลูกตา น้ำทะเลใสสะอาด ตั้งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร ขับรถเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงแล้วผู้คนนิยมมาเล่นน้ำคลายร้อน นั่งทานอาหารทะเลบนเตียงผ้าใบ และทำกิจกรรมนันทนาการริมทะเลมากมาย เช่น เล่นบานาน่าโบ๊ท, ปั่นจักรยาน, ขี่ม้า, เล่นว่าว, พักผ่อนไปกับเพื่อนฝูงและครอบครัว สะดวกมากมาได้ทั้งแบบเช้า-เย็นกลับ และค้างคืนแล้วแต่ความต้องการเลย บริเวณถนนเลียบชายหาดก็มีทั้งบ้านพัก, โรงแรม, รีสอร์ท ให้เลือกเพียบ ส่วนทางด้านร้านค้า ร้านอาหาร ก็มีให้เลือกมากมายตลอดทาง สะดวกมาก ๆ เรื่องที่ล้างตัวก็ไม่ต้องกังวล มีทั้งห้องอาบน้ำจืดและห้องน้ำ ให้เลือกใช้บริการเป็นระยะ ๆ ตลอดชายหาด เล่นน้ำเสร็จ เดิมข้ามฝั่งมาล้างตัวได้เลย นอกจากนี้ชะอำยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังฤดูร้อน พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อีกด้วยนะคะ แต่ปัจจุบันปิดปรับปรุงอยู่นะ คาดว่าจะเปิดอีกทีกลางปี 67 เลย ถือเป็นชายหาดที่เหมาะกับการมาพักผ่อนหย่อนใจสุด ๆ ในอดีตเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวยังไง ปัจจุบันก็ยังอย่างนั้น ถ้าพูดถึงเพชรบุรี ยังไงก็ต้องนึกถึงชะอำเป็นที่แรก ๆ กันแน่นอน

บรรยากาศและกิจกรรมของนักท่องเที่ยว, หาดชะอำ โดย Shutterstock.com

พระธาตุจอมเพชร, อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี โดย Shutterstock.com

มาเริ่มกันที่ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี หรือที่เราเรียกกันว่า เขาวัง เป็นพระราชวังฤดูร้อนที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดเขาใหญ่ 3 ยอด ด้วยสถาปัตยกรรมไทย จีน และยุโรป ซึ่งประกอบไปด้วยพระที่นั่ง วัด และกลุ่มอาคารต่าง ๆ ยอดเขาด้านทิศตะวันออก บริเวณเชิงเขาเป็นที่ตั้งของวัดมหาสมณาราม วัดเก่าแก่สมัยอยุธยา มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ส่วนบนยอดเขาเป็นที่ตั้งของวัดพระแก้ว วัดประจำพระนครคีรี มีอุโบสถขนาดเล็กประดับด้วยหินอ่อน ด้านหลังเป็นพระสุทธเสลเจดีย์ และเป็นหอระฆังอยู่ด้านหน้า ส่วนยอดเขากลาง ประดิษฐานพระธาตุจอมเพชร สูง 40 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ บริเวณนี้ สามารถชมวิวทิวทัศน์ของเมืองเพชรบุรีได้ สุดท้ายยอดเขาด้านทิศตะวันตก เป็นที่ตั้งของพระราชวังอันเป็นที่ประทับ คือ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์, พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์, พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท, พระที่นั่งราชธรรมสภา, หมู่พระตำหนักสันถาคารสถาน, หอชัชวาลเวียงชัย, หอพิมานเพชรมเหศวร์, หอจตุเวทปริตพัจน์ และศาลาทัศนานักขัตฤกษ์ นอกจากนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ โรงรถ, คอกม้า, ศาลาลูกขุน, โรงมหรสพ, ราชวัลลภาคาร, ศาลาด่านหน้า เป็นต้น การขึ้นไปชมมีให้เลือก 2 เส้นทาง คือ เดินขึ้นกับนั่งรถราง โดยนั่งรถรางจะราคา 60 บาท / คน

  • ชาวไทย 20 บาท / คน
  • ชาวต่างชาติ 150 บาท / คน
  • เด็ก 15 บาท / คน
  • ผู้ใหญ่ 50 บาท / คน

ภาพรวมแต่ละยอดเขา, อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี โดย Shutterstock.com

พระธาตุฉิมพลีพระเศรษฐีนวโกฏิ, วัดข่อย โดย Shutterstock.com

วัดที่ใช้ศิลปะอย่างสวยงามในการสร้าง วัดข่อย ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี ขับรถเลยมานิดเดียว โดดเด่นไปด้วยพระธาตุฉิมพลีพระเศรษฐีนวโกฏิ ศาสนสถานที่มีการนำศิลปะชั้นสูงของช่างเมืองเพชรมาเป็นส่วนร่วม จนได้ชื่อว่าเป็น พุทธสถานศิลป์หนึ่งเดียวในโลก ลักษณะเป็นอาคารสี่เหลี่ยมจัตุรัสคล้ายผ้ายันต์ ผนังอาคารมีอักขระพิเศษ ความยาวรอบฐาน ยาวด้านละ 18 เมตร ความสูงฐานถึงยอดพระธาตุ 27 เมตร มีพระพุทธรูปประจำอยู่ 4 ทิศ ภายนอกเป็นอักขระยันต์ เรียกว่า ยันต์ฉิมพลี ออกแบบโดย พระวัชรวิชญ์ สิริปัญโญ อดีตปลัดอำเภอบ้านลาด ด้านในพระธาตุมีพระพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ และพระประธาน 3 องค์ ได้แก่ พระพุทธมิ่งมงคล, พระสิวลีมหาลาภร่มเย็น และ พระพุทธเศรษฐีนวโกฏิ รอบผนังด้านบนพระประธาน แกะสลักไม้สักเป็นอักษรขอม บทพุทธคุณ, ธรรมคุณ, สังฆคุณ นักท่องเที่ยวนิยมไปชมความสวยงามของพระธาตุ และสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล

พระประธาน 3 องค์, วัดข่อย โดย Shutterstock.com
ประติมากรรมงานแกะสลัก, วัดข่อย โดย Shutterstock.com
พระอุโบสถ, วัดข่อย โดย Peter Andrist
พระประธานในอุโบสถ, วัดข่อย โดย narongsak k
รูปปั้นมักกะลีผล, วัดข่อย โดย Latae Akkadet

วิวพระปรางค์ยามค่ำคืน, วัดมหาธาตุวรวิหาร โดย Shutterstock.com

วัดเก่าแก่ วัดมหาธาตุวรวิหาร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี โดยมีการขุดพบโบราณวัตถุจำนวนมากในวัด ถือเป็นอีก 1 วัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ภายในวิหารหลวงประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 8 นิ้ว พระหัตถ์ซ้ายถือพัด ที่มีศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อวัดมหาธาตุ ด้านในวิหาร บริเวณผนังรอบด้านมีภาพจิตรกรรมเทพชุมนุมและชาดก ทีใช้ศิลปะสมัยอยุธยาโดยช่างฝีมือเมืองเพชร ส่วนด้านหลังประดิษฐานพระวิหารมีพระปรางค์ 5 ยอด สีขาว สูงเด่น 55 เมตร อายุกว่า 1,000 ปี สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลทั่วทิศทาง ตั้งอยู่ภายในวิหารคต ภายในถูกบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนับร้อย นอกจากนี้ยังมีวิหารน้อย สถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา ฐานมีลักษณะอ่อนโค้งทรงสำเภา, พิพิธภัณฑ์ จัดแสดงพระพุทธรูป, เครื่องลายคราม, สิ่งของหายาก ฯลฯ รวมถึงการบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของวัด ซึ่งเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ฟรี

พระปรางค์ 5 ยอด , วัดมหาธาตุวรวิหาร โดย Shutterstock.com
หลวงพ่อวัดมหาธาตุ, วัดมหาธาตุวรวิหาร โดย Jittakron Yotida
วิหารน้อย, วัดมหาธาตุวรวิหาร โดย Jina Choosri
พระประธานในวิหารน้อย, วัดมหาธาตุวรวิหาร โดย CHAINAT ON TOUR

วัดใหญ่สุวรรณารามวิหาร โดย Shutterstock.com

วัดสำคัญอีกแห่งในจังหวัดเพชรบุรี วัดใหญ่สุวรรณารามวิหาร เป็นพระอารามหลวงในสมัยพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการปฏิสังขรณ์อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งสมัยรัชกาลที่ 5 มีการบูรณะครั้งใหญ่ และโปรดฯให้สร้างเสนาสนะอย่างอื่นขึ้นอีกมากมาย เช่น หอสวดมนต์, หอระฆัง, หลังคาคู่, สระน้ำ ฯลฯ ที่เราสามารถเห็นได้ในปัจจุบัน เดิมชื่อว่า วัดน้อยปักษ์ใต้ เป็นวัดที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะศาลาการเปรียญทรงไทย สร้างจากไม้สักทั้งหลัง หลังคามุงด้วยกระเบื้องกาบู มาในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย มีการแกะสลักบานประตู และบานประตูหลักมีรอยแตก เรียกว่า รอยพม่าฟัน แต่นักวิชาการให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นการทำลายประตูเมื่อครั้งรื้อตำหนักถวายสมเด็จเจ้าแตงโมมากกว่า อีกทั้งยังมีพระอุโบสถ ศิลปะอยุธยา มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ประดิษฐานพระประธาน พระสังฆราชแตงโม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย งานปูนปั้นที่พลิ้วไหวราวกับมีชีวิต และด้านหลังองค์ประธาน มีหลวงพ่อหกนิ้ว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีนิ้วพระบาทข้างขวา 6 นิ้ว (ข้างซ้าย 5 นิ้วปกติ) ชาวเพชรบุรีเชื่อกันว่า ท่านมีความศักดิ์สิทธิ์มาก จึงนิยมมากราบไหว้ขอพรอยู่เป็นประจำ

อุโบสถ, วัดใหญ่สุวรรณารามวิหาร โดย Shutterstock.com
พระพุทธรูปรอบกำแพงอุโบสถด้านใน, วัดใหญ่สุวรรณารามวิหาร โดย PW
พระสังฆราชแตงโม, วัดใหญ่สุวรรณารามวิหาร โดย pook chill
พระบาทของพระพุทธรูป 6 นิ้วเท้า ด้านหลังองค์ประธาน, วัดใหญ่สุวรรณารามวิหาร โดย S M

จุด Unseen ของวัด, วัดถ้ำเขาหลวง โดย Kokiat Rungsiyanuwat

วัดสุดอันซีนที่ต้องหาโอกาสมาให้ได้ กับ วัดถ้ำเขาหลวง ตั้งอยู่บนเนินเขาขนาดเล็ก มียอดสูงสุดเพียง 92 เมตร ตัววัดตั้งอยู่ในถ้ำเขาหลวง หรือ ชาวบ้านเมืองเพชรนิยมเรียกว่า “ถ้ำวิมานจักรี” ซึ่งเป็นถ้ำที่มีความสวยงาม มีหินงอก หินย้อย ทั่วผนังถ้ำ ไฮไลต์ คือ ภายในมีปล่องถ้ำที่แสงอาทิตย์สามารถสาดส่องเข้ามากระทบแนวหิน ทำให้เกิดสีสันภายในถ้ำ อีกทั้งโพรงหินที่แตกเป็นช่อง ทำให้บรรยากาศภายในถ้ำนั้น เย็นสบาย ไม่อับชื้น แสงสว่างในตอนกลางวัน สามารถมองเห็นความสวยงามภายในถ้ำได้ทุกซอกทุกมุม โดยวัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์มีพระราชประสงค์จะสร้างวัดบนยอดเขาหลวง เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงโปรดถ้ำแห่งนี้มาก ทรงให้สร้างบันไดหินเข้าถ้ำตั้งแต่สมัยพระองค์เสด็จประพาสมายังที่แห่งนี้ รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างอารามขึ้นภายในถ้ำเขาหลวง บูรณะพระพุทธรูปโบราณ และสร้างพระพุทธรูปเพิ่มเติม มีพระองค์หนึ่งถูกประทับตราพระมหากษัตริย์ลงไปที่ฐาน  ปัจจุบันมีการบูรณะและพัฒนาให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น มีวิทยากรคอยบอกเล่าเรื่องราวรายละเอียดตามจุดต่าง ๆ อีกทั้งที่นี่ยังเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงลิงจำนวนมาก

  • ราคา 25 บาท / คน (ค่าเข้า 10 บาท และ ค่ารถรับ-ส่ง 15 บาท)

**ไม่อนุญาตให้นำรถตัวเองขึ้น ต้องใช้บริการรถโดยสารของสถานที่เท่านั้น

📍 ที่อยู่ : ต.ธงชัย อ.เมือง จ.เพชรบุรี 76000
⌚ เวลาทำการ : เปิดทำการทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. / วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 17.00 น.
📞 เบอร์โทรศัพท์ : 032-471-005
🧭 Google Maps : https://goo.gl/maps/AE3Ue7EyxHY7ctBb9

บรรยากาศรวม, วัดถ้ำเขาหลวง โดย Shutterstock.com

ทางเดินด้านหน้า, พระรามราชนิเวศน์ โดย Shutterstock.com

พระรามราชนิเวศน์ หรือที่เราเรียกกันว่า พระราชวังบ้านปืน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชรบุรี เป็นประทับแปรพระราชฐานสไลต์ยุโรปที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเมื่อครั้งเสด็จประพาสจังหวัดเพชรบุรีช่วงฤดูฝน ออกแบบโดย คาร์ล ดอห์ริง สถาปนิกชาวเยอรมนี มีรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก พระที่นั่งใช้สถาปัตยกรรมแบบบาโรกและอาร์ตนูโว เน้นความทันสมัย หน้าต่าง-เพดานสูง ทำให้พระที่นั่งดูใหญ่โต ตัวอาคารสร้างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมสวนหย่อม มีน้ำพุตรงกลาง อาคารประทับเป็นตึกสองชั้นขนาดใหญ่ หลังคาทรงสูงรูปโดม ภายในเป็นโถงสูงมีบันไดโค้ง ถือป็นไฮไลต์ที่ต้องเข้าไปชม มีเสาประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ และราวบันไดมีตุ๊กตากระเบื้องเด็กประดับไว้ อีกทั้งการตกแต่งภายในของแต่ละห้องมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกัน หลังจากก่อสร้างได้ไม่นานพระองค์ก็เสด็จสวรรคต รัชกาลที่ 6 จึงโปรดฯ ให้สร้างต่อจนเสร็จ รวมแล้วใช้เวลาสร้างทั้งหมด 7 ปี และใช้เป็นที่ประทับของพระองค์ ควรค่าแก่การเข้าชม ใครไปเที่ยวเพชรบุรี อย่าลืมแวะชมความงดงามของพระราชวังบ้านปืนด้วยนะ ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมได้ฟรีแล้วนะคะ

อาคารด้านหลังและรูปปั้นรัชกาลที่ 5 ด้านหน้า, พระรามราชนิเวศน์ โดย Shutterstock.com
ตุ๊กตากระเบื้องบริเวณราวบันได, พระรามราชนิเวศน์ โดย Bat sac
พระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 5 ในอาคาร, พระรามราชนิเวศน์ โดย Travel Coffee Andy
สวนในบริเวณพระราชวัง, พระรามราชนิเวศน์ โดย ฅนสัญจร
พระพุทธโสธรจำลองในบริเวณพระราชวัง, พระรามราชนิเวศน์ โดย ครูเอ ณปภัช

มุมยอดฮิตของร้าน, Tumlay Cafe & Bar โดย Nathawuth N.

คาเฟ่ริมทะเลกับมุมถ่ายรูปยอดฮิต ที่มีความมินิมอลเบา ๆ บาหลีนิด ๆ เก้าอี้หวาย โต๊ะสีขาว มีจานผลไม้ พร้อมแจกัน กับด้านหลังที่เป็นกระจกบานใหญ่ เห็นทะเลกับเส้นขอบฟ้าด้านหลัง บรรยากาศดี ๆ ที่ใครมาก็ต้องติดใจ กับ Tumlay Cafe & Bar บริการเครื่องดื่มและขนม อาทิ ชา, กาแฟ, โซดา, โดนัท, ครัวซองค์ เป็นต้น รอบ ๆ ตกแต่งด้วยธงผ้าหลากสีสันปลิวไสว ชิงช้า เตียงผ้าใบ ให้ฟีลทะเล ถ่ายรูปสวยทุกมุม เป็นคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณของที่พัก away by a day ที่มาในสไตล์รถบ้าน มีให้เลือก 2 แบบ คือ วิวทะเลและวิวสวน เข้าพักได้สูงสุด 4 ท่าน นำสัตว์เลี้ยงพันธุ์เล็กเข้าพักได้ (น้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม) ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบคัน ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมานอนชิลล์ริมทะเล ลองมานอนเล่นที่อะเวย์บายอะเดย์ดูนะ

วิวจากมุมยอดฮิต, Tumlay Cafe & Bar โดย Sohappy Biew
มุมบาร์, Tumlay Cafe & Bar โดย Janphong Chitwasinkul
ที่นั่ง Outdoor วิวริมทะเล, Tumlay Cafe & Bar โดย Sohappy Biew
ชิงช้าไม้นั่งชมวิว, Tumlay Cafe & Bar โดย Chakri Wongsuntorn
มุมน่ารัก ๆ ฝั่งรถบ้าน, Tumlay Cafe & Bar โดย Janphong Chitwasinkul
วิวชายหาดบริเวณคาเฟ่, Tumlay Cafe & Bar โดย E-mem K

เจ้าอูฐขาประจำ โดย สวนอูฐ ชะอำ 

สวนอูฐ ชะอำ (Camel Republic) สถานที่ท่องเที่ยวที่รวมสวนสนุกและสวนสัตว์เข้าด้วยกัน ออกแบบตกแต่งด้วยอาคารสีโทนร้อน สดใสสไตล์โมร็อกโค ชื่อก็บอกอยู่แล้วเนอะ คาเมลรีพับลิค เพราะฉะนั้นสัตว์ที่มาแล้วต้องเจอแน่ ๆ ก็คือ สัตว์ที่ชอบอากาศร้อน ๆ อย่าง น้องอูฐ นี่เอง ถึงบ้านเราจะไม่มีทะเลทราย แต่อากาศบ้านเราร้อนเหมาะกับน้องสุด ๆ ด้านในมีทั้งให้อาหารและขี่อูฐชมวิวรอบบริเวณที่ให้ฟีลอาหรับเบา ๆ นอกจากอูฐแล้วที่นี่ก็ยังมีสัตว์อื่นอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นสวนสัตว์ย่อม ๆ เลยล่ะ ทั้งยีราฟ, ม้า, แพะ, แกะ, อัลปาก้า, คาปิบาร่า, ปลาคราฟ และสัตว์ปีกอีกเพียบ อย่างเป็ด, ห่าน, ไก่, ฟลามิงโก้ และนกนานาพันธุ์ เราสามารถให้อาหารสัตว์ได้ทุกชนิดเลยนะ ส่วนด้านสวนสนุก ก็มีเครื่องเล่นให้เราได้ตื่นเต้นและหวาดเสียวแบบแน่น ๆ เลย อาทิ Flying macaw ที่คุณจะได้เหวียงโบยบินราวกับนกมาคอว์, Drop twist ที่จะพาคุ้นลุ้นไปกับการทิ้งดิ่งลงมาแนวตรง, Minidance 360 องศา ทั้งเหวี่ยงทั้งหมุนทั่วทิศทางไปเลยสิค่ะ ฯลฯ เครื่องเล่นเบา ๆ อย่างม้ามงม้าหมุนเขาก็มีนะ บ้านบอล หรือสระน้ำวนสำหรับเด็ก ๆ ก็พร้อม เรียกได้ว่าครบทุกแนวหลายหลายประเภทเลยทีเดียว ใครกำลังมองหาที่พักผ่อนชิลล์ ๆ ด้วย ตื่นเต้นสนุก ๆ ด้วย แนะนำที่นี่เลยค่ะ

💰  ค่าเข้า Camel Republic

  • เด็ก สูงไม่เกิน 110 ซม. เข้าฟรี
  • เด็กและผู้ใหญ่ ราคา 80 บาท
    **ทำกิจกรรมด้านในมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ราคา 30 บาท / ดาว , 1 กิจกรรม / ดาว 1 ดวง (บางกิจกรรมอาจใช้ดาวมากกว่า 1 ดวง)
บรรยากาศของสัตว์ต่าง ๆ โดย สวนอูฐ ชะอำ 

บรรยากาศร้าน โดย MORE THAN Beach & Cafe 

MORE THAN Beach & Cafe คาเฟ่สีเหลืองเด่นสดใสอยู่ริมชายหาดตัดกับท้องฟ้าและน้ำทะเลสีฟ้าได้อย่างสวยงาม น้องเป็ดสุดน่ารักเดินโชว์ตัวเล่นอยู่ริมทะเลเพียงแค่ซื้อขนมปังมาป้อนน้องก็พร้อมมาถ่ายรูปรวมกับเราแล้ว มุมถ่ายรูปทางร้านก็จัดไว้ให้เยอะมาก ๆ ชิงช้าเอย บีนแบ็คบนหาดทรายเอย ไหนจะตัวร้านที่ทำเป็นเหมือนชุ้มหลังคาฟาง บอกเลยว่าจึ้ง มีความบาหลีสูงมากกก สมแล้วที่เป็นเมืองแห่งทะเล นอกจากนี้ยังมีบริการที่พักแบบรถบ้านสุดส่วนตัวให้บริการอีกด้วยนะคะ ตื่นมาก็เห็นวิวทะเลสวย ๆ ได้เลย ส่วนทางด้านอาหารก็มากไปด้วยเครื่องดื่มแบบ Coffee และ Non-Coffee ที่หน้าตาน่ารับประทานมากมาย นั่งจิบยืนจิบรับลมริมทะเลชิลล์ ๆ โคตรได้บรรยากาศ ฟีลกู้ดอย่าบอกใครเลยล่ะ

บรรยากาศรวมของร้าน โดย MORE THAN Beach & Cafe 

ภาพมุมกว้างของทางวัด โดย วัดถ้ำแจง จ.เพชรบุรี 

โดดเด่นเป็นสง่าด้วยพ่อปู่พญาศรีเพชรคีรี มหามุนีศรีสุทโธนาคราช พญานาคใหญ่ที่สุดในประเทศด้วยความสูงกว่า 31 เมตร สีสันสวยงามด้วยเกล็ดเขียว-น้ำเงินปีกแมลงทับไปตลอดลำตัว บวกกับแผงกลางลำตัวที่โดดเด่นด้วยสีแดง-ส้ม สวยงามน่าสนใจจนอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัส องค์พญานาคถูกสร้างขึ้นโดยนายประพัฒน์ มะนิสสา (อาจารย์ปื๊ด ปูนปั้น) ทั้งออกแบบและปั้นพญานาคองค์นี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง โดยใช้เวลารวมกว่า 2 ปี ตั้งอยู่กลางแจ้งเบื้อหน้าภูเขาลูกใหญ่ สามารถเดินทางมากราบไหว้สักการะขอพร ผูกผ้าแดงตามคำอธิษฐาน พร้อมถวายบายศรีตามกำลังศรัทธา แอบกระซิบเลยว่า หลายคนมาแล้วได้ตามที่ขอจนต้องกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ตลอด บอกเลยว่าสายมูไม่ควรพลาดมาที่นี่เด็ดขาดเลย ปัจจุบันกำลังมีการสร้างอุโบสถหลังใหม่เพื่อใช้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ในการกราบไหว้สักการะที่ดีด้วยนะคะ

ภาพบรรยากาศรวมในบริเวณวัด โดย วัดถ้ำแจง จ.เพชรบุรี 

นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมบริเวณกรงลิง โดย สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย

สถานีเพาะเลี้ยงและขยายสัตว์ป่าห้วยทราย ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 300 ไร่ มีพื้นที่ป่าที่อยู่ในความดูแลรวม 15,880 ไร่ ส่วนหนึ่งของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อพัฒนาและรักษาสภาพของป่าให้อุดมสมบูรณ์ ดังการนำเนื้อทรายสัตว์ป่าที่มักอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวมาเพาะเลี้ยงก่อนจะปล่อยคืนสู่ป่าเพื่อให้ได้ไปใช้ชีวิตด้วยตัวของมันเอง หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยการขยายพันธุ์สัตว์ป่าต่าง ๆ อาทิ นาก, นกเงือก, ไก่, กระรอกดำ, ลิง, ชะนี, กวาง, ช้าง เป็นต้น เพื่อไม่ให้น้อง ๆ สูญพันธุ์และสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้นะคะ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นเลย จะให้อาหาร หรือ บริจาคอาหารก็ได้ เพราะทุกครั้งที่มีนักท่อเที่ยวหรือผู้ใจบุญแวะเข้ามา ช่วยให้น้องกินอิ่มและไม่เหงาได้เยอะเลยนะคะ ใครแวะมาชะอำก็อยากเชิญชวนให้แวะมาเที่ยวชมสัตว์ป่าที่นี่กันได้น้า

ภาพรวมของสัตว์ต่าง ๆ โดย สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย

บริเวณด้านหน้าที่ทำการอุทยานฯ โดย วนอุทยานเขานางพันธุรัต

เทือกเขานางพันธุรัต ตั้งอยู่ในเขตวนอุทยานแห่งชาติเขานางพันธุรัต เทือกเขาหินปูนแนวยาวที่มีลักษณะเหมือนผู้หญิงนอนหงาย หลายคนเชื่อว่าที่นี่คือจุดเริ่มต้นของวรรณคดีเรื่อง สังฆ์ทอง ตอนที่พระสังฆ์รู้ว่าพันธุรัตเป็นยักษ์จึงหนีออกไป พันธุรัตตามอย่างไรพระสังฆ์ก็ไม่กลับมา นางจึงเสียใจจนอกแตกตาย ในขณะที่นอนหงาย แล้วร่างก็กลายเป็นภูเขา ลักษณะคล้ายกับเขาที่เราเห็นนี้ จึงตั้งชื่อเทือกเขานี้ว่า “พันธุรัต” หรือเรียกอีกชื่อว่า “เขานางนอน” จริงแท้อย่างไรไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัด แต่เมื่อตั้งใจดูดี ๆ ก็เหมือนคนนอนหงายอย่างที่ว่ากันจริง ๆ นั่นแหละ ธรรมชาติโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์มาก ไฮไลต์อยู่ที่ ช่องกระจกนางพันธุรัต เป็นหินปูนขนาดใหญ่ กว้าง 1.5 เมตร , สูง 4 เมตร โอบล้อมโค้งด้านบนเว้นช่องตรงกลางไว้ราวกับช่องกระจกยักษ์ ที่เมื่อเราเดินทะลุออกไปจะสามารถมองวิวธรรมชาติในบริเวณได้แบบ 360 องศาเลยทีเดียว สวยงามมากกก มากจนเป็น 1 ใน 25 Unseen New Series Thailand เลยล่ะ อีกทั้งยังมีอีกหลายจุดที่น่าสนใจในเส้นทางศึกษาธรรมชาติของอุทยานฯ อีกด้วย ถือเป็นอีกสถานที่ที่สวยงามและน่าค้นหามาก

ภาพรวมความสวยงามมุมต่าง ๆ โดย วนอุทยานเขานางพันธุรัต
บรรยากาศบริเวณเทือกเขา, เขานางพันธุรัต โดย Piya Nimityongskul
มุมที่มีลักษณะคล้ายท่อนบนผู้หญิงกำลังนอนหงาย, เขานางพันธุรัต โดย Robert Lore

สวิสเซอร์แลนด์แดนเพชรบุรี, เขาอีบิด โดย Shutterstock.com

เทือกเขาหินปูนแนวยาว ที่ด้านหน้าเรียงรายไปด้วยแนวต้นสน และบึงน้ำขนาดกว้าง เกิดเป็นวิวที่สวยงามราวกับต่างประเทศ จนได้ฉายาว่า “สวิสเซอร์แลนด์ แดนเพชรบุรี” กับ เขาอีบิด ตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคลของโรงโม่หินเพชรลดา ปัจจุบันยังเปิดให้เข้าได้ปกติ แต่อนาคตไม่รู้จะเปิดให้เข้าได้ถึงเมื่อไหร่นะ เขาอีบิดด้านหลังเกิดจากธรรมชาติที่หินปูนค่อย ๆ ผุกร่อนลงเรื่อย ๆ จากการระเบิด ส่วนต้นสนที่เรียงรายอยู่หน้าเทือกเขาคนงานปลูกเพื่อให้มันบดบังบ้านของคนงาน ส่วนบึงน้ำด้านหน้าถูกขุดขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์บางอย่างในการระเบิดหินปูนนะคะ แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่า ทุกอย่างกลับลงตัว ออกมาเป็นวิวธรรมชาติที่สวยสดงดงาม ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีสุด ๆ จนแห่แหนกันมามากมาย แต่เนื่องจากไม่ใช่ที่สาธารณะจึงอาจจะหายากสักหน่อย ที่จอดรถก็ไม่ได้มีรองรับ ต้องจอดริมถนนหน้าทางเข้าเอานะคะ สภาพด้านหน้าอาจเต็มไปด้วยฝุ่นและหญ้าขึ้นดูลกร้างนิดนึงนะ เพราะคนงานยังทำงานกันอยู่ด้านในและไม่ได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว จึงอาจต้องคอยระวังรถบรรทุกวิ่งเข้า-ออก และ ฝุ่นเยอะสักนิด แต่ถ้าใครชอบฟิลธรรมชาติแบบนี้ รับรองว่าคุ้มกับที่ลุยฝ่าเข้ามาด้านในแน่นอนค่ะ

ดงดอกไม้ระหว่างเดินไปจุดชมวิว, เขาอีบิด โดย Vattanaponn Plienlaor
มุมโขดหินยอดฮิต, เขาอีบิด โดย เที่ยวในแบบ ที่ชอบ
ป้ายเตือนว่าบริเวณนี้เป็นที่ดินส่วนบุคคล, เขาอีบิด โดย Thitinun Runkatok
ป้ายเตือนห้ามเข้าไปในบริเวณที่กั้น, เขาอีบิด โดย Natthapon Ronnapoom (Doughnut)
พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน, เขาอีบิด โดย Shutterstock.com

ด้านหน้า, ถ้ำเขาย้อย โดย Shutterstock.com

ถ้ำเขาย้อย หรือ วัดถ้ำเขาย้อย ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์เป็นปางประธาน ว่ากันว่าพระพุทธรูปที่วัดนี้เก่าแก่มาก ในอดีตสมัยรัชกาลที่ 4 ออกผนวช เคยเสด็จธุดงค์มาประทับกรรมฐานอยู่ภายในถ้ำนี้หลายคืน จึงเชื่อกันว่าวัดนี้มีความศักสิทธื์มาก ทางด้านหลังพระประธาน มีรอยพระพุทธบาทจำลอง ที่เหล่าผู้ที่ศรัทธาทั้งหลายพากันมาปิดทองมากมาย จนกลายเป็นเหมือนรอยพระพุทธบาทสีทอง และนิยมนำเหรียญมาโยนไว้ด้านใน เพราะมีความเชื่อว่า ผลอานิสงส์นี้จะส่งเสริมให้ตัวเองพบเจอแต่ความมั่งคั่ง ร่ำรวย มีเงินทองไหลมาเทมา ดั่งทองที่เหลืองอร่ามอยู่ทั่วบริเวณรอยพระพุทธบาทนี้ ใกล้ ๆ มีพระพุทธรูปหล่อพระเจ้าอู่ทองประดิษฐานอยู่ ซึ่งเป็นกษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยา อยู่ในลักษณะนั่งวางดาบไว้ที่บริเวณหน้าขา นอกจากนี้ด้านในถ้ำยังประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่มากมายอีกหลายองค์ด้วยนะ อีกทั้งยังมีทางเดินไปถ้ำอีกหลายถ้ำเลย คำเตือน คือ ในบริเวณวัดจะมีลิงอาศัยอยู่เยอะมาก ห้ามให้อาหารนะคะ ไม่งั้นอาจเกิดอันตรายจากการแย่งอาหารของน้อง ๆ ได้นะ

ถ้ำเขาย้อย โดย Shutterstock.com

พระอาทิต์กำลังตกดิน, เขื่อนแก่งกระจาน โดย Shutterstock.com

เขื่อนแก่งกระจาน เป็นเขื่อนดินกั้นแม่น้ำเพชรบุรี ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์มากหนึ่งในมรดกโลก เต็มไปด้วยนกหายากและพรรณไม้มากมาย สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ชมความสวยงามของเขื่อน มีฝูงปลาแหวกว่าย นั่งตกปลาริมสันเขื่อนได้ ล่องเรือชมทัศนียภาพรอบ ๆ เขื่อน และที่ขาดไม่ได้ คือ การนั่งชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในยามเย็นกับวิวลำน้ำกว้างขวางที่โอบล้อมไปด้วยเนินเขาน้อยใหญ่ บรรยากาศดีโรแมนติกสุด ๆ สำหรับการสร้างเขื่อนดินนั้น ทำให้เกิดเป็นอ่างเก็บน้ำจืดขนาดใหญ่ขึ้น เพราะการสร้างเขื่อนดินปิด 3 ช่องทางระหว่างหุบเขา ทำให้น้ำเอ่อล้นจนเป็นพื้นน้ำที่มีอาณาเขตวงกว้าง เกิดเกาะเล็กเกาะน้อยประมาณ 30-40 เกาะ ทำให้เกิดทิวทัศน์ที่งดงาม เป็นสถานที่ที่น่ามาสัมผัสความสวยงามด้วยตาตัวเองจริง ๆ ชนิดที่แค่มานั่งมองวิวเฉย ๆ ก็แฮปปี้แล้ว

💰  ค่าเข้า อุทยานแห่งชาติเขื่อนแก่งกระจาน

ชาวไทย

  • เด็ก ราคา 30 บาท / คน
  • ผู้ใหญ่ ราคา 60 บาท / คน

ชาวต่างชาติ

  • เด็ก ราคา 150 บาท / คน
  • ผู้ใหญ่ ราคา 300 บาท / คน

ค่ายานพาหนะ

  • จักรยาน ฟรี
  • จักรยานยนต์ ราคา 20 บาท / คัน
  • รถยนต์ ราคา 30 บาท / คัน
ป้ายบ่งบอกสถานที่, เขื่อนแก่งกระจาน โดย Rattapong Pollakorn (Boy-Pollakorn)

ภาพรวมในบริเวณ, เขื่อนแก่งกระจาน โดย Shutterstock.com

ยามพระอาทิตย์ตก, สะพานแขวนเขื่อนแก่งกระจาน โดย Shutterstock.com

มาแก่งกระจาน ถ้าไม่มาถือว่ามาไม่ถึงนะ กับสะพานที่เชื่อมระหว่างเกาะเล็ก ๆ กลางเขื่อน สะพานแขวนเขื่อนแก่งกระจาน เป็นแผ่นไม้เรียงที่ยึดด้วยเชือกสลิงและเสาเหล็ก มีความยาวประมาณ 500 เมตร ทั้งสองฝั่งเกาะ ข้อควรระวัง คือ ไม่ควรขึ้นสะพานพร้อมกันเกิน 15 คน สามารถเดินชมทัศนียภาพของเขื่อนได้อย่างกว้างขวางทั่วทิศทาง บรรยากาศรอบ ๆ สะพานแขวนนี้เป็นแลนมาร์คของเขื่อนเลยก็ว่าได้ วิวดีสุด ๆ เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยวเลย แถมยังมีภาพยนตร์ ละครซีรี่ย์ต่าง ๆ มากมายมาถ่ายทำบริเวณสะพานแขวนนี้ หลายเรื่อง จนเป็นที่โด่งดัง นำพานักท่องเที่ยวแห่แหนกันมาตามรอยอย่างไม่ขาดสาย แนะนำเลยว่าช่วงย็น ๆ มานั่งรอชมแสงอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า จะฟินสุด ๆ ไปเลยล่ะ

💰  ค่าเข้า อุทยานแห่งชาติเขื่อนแก่งกระจาน

ชาวไทย

  • เด็ก ราคา 30 บาท / คน
  • ผู้ใหญ่ ราคา 60 บาท / คน

ชาวต่างชาติ

  • เด็ก ราคา 150 บาท / คน
  • ผู้ใหญ่ ราคา 300 บาท / คน

ค่ายานพาหนะ

  • จักรยาน ฟรี
  • จักรยานยนต์ ราคา 20 บาท / คัน
  • รถยนต์ ราคา 30 บาท / คัน

ภาพบรรยากาศรวม, สะพานแขวนเขื่อนแก่งกระจาน โดย Shutterstock.com

โดย บ้านกร่างแคมป์ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 

สายแคมป์มาทางนี้ แนะนำให้ลองมากางเต็นท์ที่ แคมป์บ้านกร่าง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นลานกางเต็นท์พักแรม สำหรับนักท่องเที่ยว และเป็นจุดเริ่มต้นปล่อยรถขึ้นเขาพะเนินทุ่ง บริเวณนี้จะเป็นแหล่งดูนกหายาก มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกว่า 3 กิโลเมตร มีลำธารไหลผ่าน และที่พลาดไม่ได้เลย คือ มี ลานผีเสื้อ ที่น้องเหมือนนัดกันออกมาโชว์ตัวจำนวนมาก เป็นอะไรที่สวยงามมากที่ไม่ได้หาชมง่าย ๆ เลยนะคะ ให้ฟีลลิ่งธรรมชาติในนิยายสุด ๆ จนต้องหลงรักปีกสวย ๆ ของน้องกันแน่นอน ช่วงที่แนะนำให้มาชมผีเสื้อมากที่สุด คือ เวลาก่อนบ่ายโมง เดือนมีนาคม – พฤษภาคม ทางแคมป์มีบริการเช่ารถไปยังเขาพะเนินทุ่งด้วยนะคะ รวมค่าธรรมเนียมชมอุทยานฯ ราคาคันละ 1,500 บาท รถสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 10 ท่าน เหมาะสำหรับมากับครอบครัวมาก ๆ แล้วนอกจากจะได้ชมผีเสื้อมากมายแล้ว ที่นี่คือสัตว์ป่าออกมาโชว์ตัวให้เห็นบ่อยมาก ทั้งนกที่หลากหลายสายพันธุ์ และเจ้าลูกหมีที่นักท่องเที่ยวเจอกันหน้าเต็นท์บ่อยมาก ๆ ธรรมชาติแบบขั้นสุดกันไปเลย อีกอย่างคือที่นี่ไม่มีสัญญาณมือถือสักค่ายเลยนะคะ ได้ฟีลหนีเข้าป่าแบบไม่มีใครตามตัวได้แน่นอน เปิดวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 กรกฎาคม ของทุกปี เท่านั้นนะคะ ช่วงหน้าฝนจะปิดเพื่อป้องกันอันตรายทั้งในการสัญจรของนักท่องเที่ยวและสัตว์ป่าออกหากิน ถือเป็นการพักให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูด้วยนะ

💰  ค่าเข้า อุทยานแห่งชาติเขื่อนแก่งกระจาน

ชาวไทย

  • เด็ก ราคา 30 บาท / คน
  • ผู้ใหญ่ ราคา 60 บาท / คน

ชาวต่างชาติ

  • เด็ก ราคา 150 บาท / คน
  • ผู้ใหญ่ ราคา 300 บาท / คน

ค่ายานพาหนะ

  • จักรยาน ฟรี
  • จักรยานยนต์ ราคา 20 บาท / คัน
  • รถยนต์ ราคา 30 บาท / คัน

ค่ากางเต็นท์ (สำหรับผู้ที่นำเต็นท์มาเท่านั้น)

  • ราคา 60 บาท / หลัง / คืน
ภาพบรรยากาศมุมต่าง ๆ โดย บ้านกร่างแคมป์ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 

มุมลานกางเต็นท์สุดธรรมชาติ โดย เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 

เขาพะเนินทุ่ง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งห่างจากอุทยาน 50 กิโลเมตร เป็นภูเขาสูง มีทุ่งหญ้ากว้าง รอบ ๆ จะเป็นป่าดิบชื้น มีพรรณไม้ และสัตว์ป่า มีความอุดมสมบูรณ์ อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ทัศนียภาพโดยรอบสวยงามมาก ๆ ทั้งยามปกติและยามมีทะเลหมอก จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ที่ขึ้นมาชมความสวยงามของธรรมชาติ สามารถชมทะเหมอกได้ตลอดทั้งปี ไม่จำเป็นต้องเป็นฤดูหนาว ฤดูไหนก็สามารถชมได้ เพราะหมอกเกิดจากการคายก๊าซของต้นไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ถึงจะมีหมอกตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่สวยที่สุด ก็ไม่พ้นปลายฝนต้นหนาวอยู่ดี เพราะเป็นช่วงที่ต้นไม่ใบหญ้าเขียวขจีที่สุด ทำให้เกิดทัศนียภาพที่งดงามเกินจะบรรยายได้เลยจริง ๆ ข้อแนะนำที่ควรรู้ คือ เจ้าหน้าที่อนุญาตให้รถขับ 4 ขึ้นเท่านั้นนะคะ รถเก๋งทั่วไปไม่อนุญาตนะ หากสงสัยอะไรติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้เลยนะคะ บนเขาพะเนินทุ่งมีจุดชมวิว 2 จุด คือ จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 30 และจุดชมวิวกิโลเมตรที่ 36  ขออนุญาตแจ้งไว้นิดนึงว่า เขาพะเนินทุ่ง เปิดให้ขึ้นได้วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 กรกฎาคม ของทุกปี เท่านั้นนะคะ เนื่องจากช่วงหน้าฝนจะปิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยว และถือเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติไปในตัวด้วยเลยค่ะ

💰  ค่าเข้า อุทยานแห่งชาติเขื่อนแก่งกระจาน

ชาวไทย

  • เด็ก ราคา 30 บาท / คน
  • ผู้ใหญ่ ราคา 60 บาท / คน

ชาวต่างชาติ

  • เด็ก ราคา 150 บาท / คน
  • ผู้ใหญ่ ราคา 300 บาท / คน

ค่ายานพาหนะ

  • จักรยาน ฟรี
  • จักรยานยนต์ ราคา 20 บาท / คัน
  • รถยนต์ ราคา 30 บาท / คัน
ภาพบรรยากาศรวมจากลนกางเต็นท์ โดย เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 

บรรยากาศมุมดี ๆ โดย ต้นไม้ใบหญ้า Cafe’ at แก่งกระจาน

คาเฟ่เล็ก น่ารัก ๆ ที่มีลานกว้างตั้งอยู่บนเนินเขา สามารถมองวิวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้แบบเต็มตา พาโนราม่าไปเลย กับ ต้นไม้ใบหญ้า คาเฟ่ วิวสวยมาก ธรรมชาติสุด ๆ ราวกลับหายตัวมาอยู่ภาคเหนือยังไงอย่างนั้น แต่ที่ไหนได้ใกล้กรุงเทพฯ แค่นี้เอง แต่วิว คือ ชนะเลิศสุด ๆ มุมถ่ายรูปก็มีมากมายที่ทางร้านรังสรรค์มาให้ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุมแน่นอน ด้านที่นั่งจะเป็นแบบ Open Air ทั้งหมดนะคะ รับลมธรรมชาติกันไป ใครกลัวร้อนแนะนำมาช่วงเย็น ๆ แดดจะได้ไม่แรงมาก แอบบอกนิดนึงว่าช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกที่ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี คือ สวยงามและบรรยากาศดีมาก ยิ่งถ้าเป็นช่วงน่าหนาวยิ่งแนะนำเลย ทางด้านอาหารส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารไทยจานหลัก อย่างพวก ก่วยเตี๋ยว, ผัดไทย, ข้าว, ขนมฟัง, เบเกอรี่ และก็พวกเครื่องดื่มต่าง ๆ ทางมาร้านอาจจะลึกลับหน่อย ๆ ต้องขับรถขึ้นเนินเขากันสักนิด อาจต้องใช้ความระวังกันเล็กน้อย แต่มาแล้วคุ้มค่ามาก วิวด้านบนคือหลักล้านสุด ๆ

ตัวคาเฟ่, ต้นไม้ใบหญ้า คาเฟ่ โดย ประทีป ขันธวุธ

ภาพบรรยากาศรวม โดย ต้นไม้ใบหญ้า Cafe’ at แก่งกระจาน

ยามพระอาทิตย์กำลังตก, หาดเจ้าราญ โดย Ariya Chaisiri

หาดเจ้าราญ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรีเพียง 15 กิโลเมตร ชายหาดที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่สมัยก่อน มีตำนานเล่าว่า ครั้นเมื่ออดีตพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเสด็จมากับพระเอกาทศรถ พระองค์ทรงโปรดมาก พอพระหฤทัยกับความสวยงามของชายหาดยิ่งนัก ผู้คนจึงพากันเรียกชายหาดนี้ว่า “เจ้าสำราญ” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และช่วงที่รุ่งเรื่องที่สุดของชายหาดคือช่วงสมัยรัชกาลที่ 6 ชนิดที่ไม่มีใครไม่รู้จัก พระองค์จึงทรงโปรดฯให้สร้าง ค่ายหลวงบางทะลุ ขึ้นตามชื่อของตำบล ซึ่งเป็นที่ตั้งของ พระตำหนักเจ้าสำราญ ต่อมาเห็นว่าชื่อไม่มงคลเท่าไหร่ จึงเปลี่ยนที่ตั้งและชื่อมาเป็น “พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน” และตำบลเป็นเจ้าสำราญแทน ปัจจุบันบริเวณหาดเจ้าสำราญเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และรีสอร์ทมากมายที่คอยบริการนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึง แต่บรรยากาศริมหาดค่อนข้างเรียบง่าย สงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน และยังคงมีความเป็นส่วนตัวอยู่ เหมาะกับการมาพักผ่อนกับครอบครัวมากเลยล่ะ

ภาพรวม, หาดเจ้าราญ โดย Shutterstock.com
ริมหาดยามค่ำคืน, หาดเจ้าราญ โดย sp_si_nk

ไฮไลต์ พระจันทร์เต็มดวง โดย จันทร์จ้าว Cafe & Restaurant

คาเฟ่และร้านอาหาร ริมหาดเจ้าสำราญ จันทร์จ้าว ตัวคาเฟ่เป็นอาคารชั้นเดียวสีขาว ปูนเปือย มีโทนสีน้ำตาลแซมนิด ๆ ไม้ ๆ มีกระจกบานใหญ่ไว้ให้ชมวิวทะเล มินิมอลฟิลโคเรียสุด บริเวณร้านมีที่ให้เลือกนั่งทั้ง Indoor และ Outdoor ให้เลือกได้ตามความสะดวกเลยว่าอยากรับแอร์เย็น ๆ หรือนั่งรับลมทะเลเอาฟีล อาหารก็มีทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง จานหลัก ของทานเล่น ของคาว ของหวานก็มีครบ ส่วน ไฮไลต์ ของทางร้านที่โดดเด่นไม่เหมือนที่อื่น คือ พระจันทร์ดวงกลมโตริมทะเล ที่ตอนกลางวันเป็นสีขาวนวลคล้ายกับสีชายหาดนิด ๆ ตัดกับสีของท้องฟ้าและน้ำทะเล จัดมุมไว้อาร์ทมาก ถ่ายยังไงก็สวย และเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวมาก ๆ โดยเฉพาะ ช่วงกลางคืน พระจันทร์จากสีขาวนวล จะเปิดไฟส่องสว่างกลายเป็นสีเหลืองทองเข้มเห็นลวดลายของพระจันทร์ชัดเจนราวกับของจริง ซึ่งถ่ายรูปออกมาแล้วสวยมาก แบบกอไก่ล้านตัวไปเลย ทั้งสวยทั้งโรแมนติกเลยล่ะคุณเอ้ย คู่รักพากันมาจัดงานแต่งหลายคู่แล้วด้วยนะ สายเก็บภาพ สายคาเฟ่ฮอปเปอร์นี่ต้องห้ามพลาดละนะแม่ มาด่วน ๆ เลย

มุมพระจันทร์เสี้ยวยอดฮิตยามค่ำคืน โดย จันทร์จ้าว Cafe & Restaurant

บริเวณริมทะเล, หาดปึกเตียน โดย TONY ZOU

ชายหาดขนาดเล็ก ที่อยู่ทางตอนใต้ของหาดเจ้าสำราญและอยู่ทางตอนเหนือของหาดชะอำ เดิมชื่อว่า หาดตะกาก ชายหาดที่เดิมมีสภาพแห้งแล้ง เงียบเหงาไร้ผู้คน ต่อมาเริ่มมีผู้อพยพเข้ามาสร้างถิ่นฐาน จึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า “หาดปึกเตียน” สิ่งที่ไม่เหมือนหาดทั่วไปของที่นี่ คือ มีประติมากรรมรูปปั้นตัวละครจากวรรณคดีไทยเรื่อง พระอภัยมณี อยู่ในบริเวณชายหาด, บนโขดหิน และในน้ำทะเล ทั้งนางพันธุรัต, สินสมุทร, นางเงือก และพระอภัยมณี เสมือนยกฉากในพระอภัยมณีออกมาให้เราได้เห็นเลยล่ะ เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ส่วนด้านการบริการร้านค้า ร้านอาหารต่าง ๆ ก็มีพอสมควร ในเราได้เลือกใช้บริการ เนื่องจากเป็นชายหาดที่มีขนาดไม่กว้างใหญ่เท่าหาดอื่น ๆ จึงมีความเงียบสงบ ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวเลยทีเดียว ใครไม่ชอบคนพลุกพล่าน อยากนั่งเล่น เดินเล่นแบบส่วนตัว ๆ แนะนำที่นี่เลยค่ะ

รูปปั้นนางยักษ์อาลัยอาวร, หาดปึกเตียน โดย จักรพันธ์ พรหมเลข
พระภัยมณีนั่งเป่าปี่, หาดปึกเตียน โดย Jitti Coowanitwong
รูปปั้นจากวรรณคดีพระอภัยมณี, หาดปึกเตียน โดย apichart daophises
หาดปึกเตียน โดย rainbow pink (pink)
เปลผ้าใบริมชายหาด, หาดปึกเตียน โดย Photo Man (Up to You)
หาดปึกเตียน โดย sompas

นักท่องเที่ยวกำลังให้อาหารนกจากมือ โดย The Field Farm and Garden เดอะฟิลด์ฟาร์มแอนการ์เด้น

The Field Animals Dream Farm And Garden (เดอะฟิลด์แอนนิมอลดรีมฟาร์มแอนด์การ์เด้น) 1 เดียวในเพชรบุรี บนเนื้อที่กว่า 40 ไร่ สวนสัตว์ที่พึ่งเปิดตัวได้เพียงไม่กี่ปี แต่ได้ใจเด็ก ๆ ไปเต็ม ๆ เพราะด้านในอัดแน่นไปด้วยสัตว์น้อยใหญ่ที่ขนกันมาอวดความน่ารักมากมาย เกือบ 20 จุดที่เปิดให้เข้ามาสัมผัสและป้อนอาหารได้อย่างใกล้ชิด เช่น เต่าซูลคาต้า ที่หาดูได้ยาก, ปลาคราฟ ที่รอให้เราป้อนนมให้กิน, นกฟลามิงโก้ ที่ยืนเรียงโชว์ขนอันสวยงาม,นกแก้ววันคานัว ที่รอให้เราเอาอาหารเข้าไปให้กินในกรงใหญ่, เจ้าจิงโจ้ ที่บินมาไกลจากประเทศออสเตรเลีย และสัตว์อื่น ๆ อีกเพียบ ที่รอให้คุณได้มาสัมผัสด้วยตนเอง มุมถ่ายรูปก็มีเพียบ ประดับตกแต่งไว้น่ารักสุด ๆ เรือถีบก็มีให้ปั่นชมบรรยากาศชิลล์ ๆ รอบบึงน้ำ ที่นี่เหมาะกับการพาเด็ก ๆ มาทำกิจกรรมกับสัตว์มาก ๆ เรียนรู้กันและกันได้แบบใกล้ชิดสุด ๆ อีกทั้งสัตว์ที่นี่ยังน่ารักมาก ไม่มีความเกรงกลัวมนุษย์เลยสักนิด รับรองว่า ถ้าได้มาแล้วต้องติดใจในความน่ารักของน้องสัตว์ในฟาร์มแน่นอน

💰  ค่าเข้า เดอะฟิลด์แอนนิมอลดรีมฟาร์มแอนด์การ์เด้น

  • เด็ก ราคา 50 บาท / คน
  • ผู้ใหญ่ ราคา 80 บาท / คน
    **อายุ 70 ปีขึ้นไป เข้าฟรี

ค่าอาหารสัตว์ (ทุกประเภท)

  • ตะกร้าละ 20 บาท
มุมเช็คอิน, The Field Animals Dream Farm And Garden โดย Yuche Hsu (Peter)
เป็ด, ห่าน และกรงนกกลางบึง, The Field Animals Dream Farm And Garden โดย Ponggun
ให้อาหารกระต่าย, The Field Animals Dream Farm And Garden โดย Ponggun
จิงโจ้ออสเตรเลีย, The Field Animals Dream Farm And Garden โดย Winyu Arayangkoon
ฟลามิงโก้, The Field Animals Dream Farm And Garden โดย PRAEW PILAI

ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริริมอ่างเก็บน้ำ, โครงการชั่งหัวมัน โดย Karnrawee Naratham

โครงการพระราชดำริส่วนพระองค์ที่เปิดให้คนทั่วไปได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ ไม่ว่าจะมากับสถาบันการศึกษา หรือมากับครอบครัว ทางโครงการก็มีบริการรถรางพาทัวร์รอบโครงการพร้อมกับวิทยากรคอยให้ความรู้ตลอดเส้นทางสำหรับทุกคนแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม กับ โครงการชั่งหัวมัน บนเนื้อที่กว่า 250 ไร่ ใจกลางหุบเขา เพื่อพัฒนาพื้นที่แห้งแล้งในบริเวณนี้ให้กลายมาเป็นพื้นที่รวบรวมพืชเศรษฐกิจทางการเกษตร โครงการนี้รัชกาลที่ 9 ทรงได้แนวคิดมาจากการที่ชาวบ้านนำหัวมันมาถวาย ขณะที่พระองค์ทรงเสด็จมาพักตากอากาศที่พระราชวังไกลกังวล แล้วพระองค์ตรัสให้นำไปวางไว้ที่ตราชั่ง จนลืมพอเดือนต่อมาเสด็จกลับมาอีก จึงพบว่า หัวมันที่ชาวบ้านนำมาให้แตกหน่อออกใบอยู่บนตราชั่ง จึงให้รีบจัดหาที่ดินสร้างโครงการนี้ขึ้นมาและได้ไอเดียชื่อโครงการจากเหตุการณ์นี้นั่นเอง “ขนาดบนตราชั่งมันยังโตได้ แล้วนับประสาอะไรกับที่แห้งแล้ง” ปัจจุบันจึงกลายมาเป็นสถานที่ที่ปลูกพืชพรรณต่าง ๆ ได้อย่างมากมายและถือเป็นสถานที่ให้ความรู้ด้านการเกษตรอันดับต้น ๆ ของประเทศเลยทีเดียว

💰  ค่าเข้า โครงการช่างหัวมัน

  • นักเรียน, นักศึกษา ในชุดเครื่องแบบ ราคา 10 บาท /คน
  • ผู้ใหญ่ อายุ 15 ปี ขึ้นไป ราคา 20 บาท / คน

บรรยากาศในแต่ละโซน, โครงการชั่งหัวมัน โดย Shutterstock.com

มุมนั่งดื่มด่ำกับธรรมชาติริมน้ำ, ห้วยสงสัยแคมป์ โดย Ake Willy

ห้วยสงสัยแคมป์ (Huai Wonder Camp)  ลานกางเต็นท์และสถานที่ท่องเที่ยวสุดชิลล์ ลานสนามหญ้ากว้างขวาง ริมห้วยเก็บน้ำที่โอบล้อมด้วยหุบเขาสลับทับซ้อน บรรยากาศดี ธรรมชาติสุด ๆ ยิ่งเช้า ๆ ตลบอบอวนไปด้วยไอหมอกแบบจุก ๆ ไปเลย พระอาทิตย์ตกก็งดงามราวภาพวาด ตอนกลางคืนถ้าฟ้าเปิดก็มีดาวประดับประดาอยู่เต็มท้องฟ้า ใช้คำว่าสวยทุกช่วงเวลาเลยแล้วกัน เสียดายอย่างเดียวที่นี่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงนะคะ ไม่มีไฟให้พ่วงปลั๊กน้า ใครที่ต้องการใช้ไฟต้องเตรียมไฟสำรองมาเองนะคะ แต่ในบริเวณมีไฟหน้าห้องน้ำส่องสว่างให้ทั้ง 2 จุด เป็นไฟจากโซล่าเซล ส่วนสัญญาณมือถือมีครบทุกเครือข่าย ชื่อลานแต่ละลานก็คือน่ารักมาก พอ ๆ กับชื่อแคมป์แหละ มีทั้งหมด 3 ลาน ได้แก่ ลานสงสัยจัง, ลานน่าสงสัย และลานหายสงสัย เป็นแคมป์ที่ชวนให้สงสัยจริง ๆ อีกทั้งยังสงบและมีความเป็นส่วนตัว ใครไม่ชอบคนพลุกพล่าน, วุ่นวาย แนะนำที่นี่เลยค่ะ ใครขาดเหลืออะไรด้านหน้าทางเข้าแคมป์ก็มีร้านค้าชาวบ้านคอยให้บริการนะคะ มาแล้วรับรองถูกใจแน่นอน

💰  ค่ากางเต็นท์ ห้วยสงสัยแคมป์ (กางทาร์ปฟรี)

  • ราคา 150 บาท / ท่าน / คืน
  • เด็ก อายุต่ำกว่า 10 ปี เข้าฟรี
  • สัตว์เลี้ยง เข้าพักได้ฟรี
มุมถ่ายรูปเช็คอิน, ห้วยสงสัยแคมป์ โดย พิมพ์ใจ คําชุม
ลานสงสัยจัง, ห้วยสงสัยแคมป์ โดย Purachet Kahawanya
ลานน่าสงสัย, ห้วยสงสัยแคมป์ โดย วิรุฬ เจือไทย
ลานหายสงสัย, ห้วยสงสัยแคมป์ โดย วิรุฬ เจือไทย
มุมกางเต็นท์ริมน้ำ, ห้วยสงสัยแคมป์ โดย Ake Willy

ตัวคาเฟ่, ยุ้งเกลือ บ้านแหลม โดย CHILLBIKE Journey

ยุ้งเกลือ บ้านแหลม คาเฟ่พร้อมวิวนาเกลือและมองเห็นวิถีชิวิตการทำนาเกลือของชาวบ้าน ร้านเกิดจากการดัดแปลงยุ้งเก็บเกลือให้กลายมาเป็นร้านขายอาหาร ขายเครื่องดื่ม ออกแนวชาวบ้าน คลาสสิคเบา ๆ อาคารเปิดโล่ง เป็น Open Air ทั้งหมด รับลมชมวิวธรรมชาติริมนาเกลือกันแบบเต็ม ๆ ไปเลย ทางด้านอาหารมีให้เลือกมากมายทั้งคาวและหวาน จานหลัก, ของทานเล่น และอาหารตามสั่ง เครื่องดื่มก็มีเมนูซิกเนเจอร์ที่ใช้ส่วนผสมหลักเป็น น้ำตาลโตนด (ของขึ้นชื่อของจังหวัด) อย่าง โตนดโซดา, กาแฟโตนด เป็นต้น ในร้านยังมีโซนที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประเภท ขั้นตอนการทำต่าง ๆ และประวัติที่มาของนาเกลือด้วยนะ มุมถ่ายรูปก็มีให้เลือกทั่วบริเวณ ทั้งเปลชิงช้า, สะพานกังหันยื่นลงนาเกลือ หรือ จะเดินถ่ายรูปเล่นกับกองเกลือ ก็สวยงามไม่แพ้กัน ยิ่งตอนพระอาทิตย์ตก เวลาแสงสีเหลืองทองค่อย ๆ สาดสองลงบนนาเกลือสีขาวนะ โอ้โห งดงามสุด ๆ จนไม่อยากละสายตาไปไหนเลย ล่ะ ช่วงที่แนะนำที่สุดที่มาแล้วต้องได้เห็นทุ่งกองเกลือทั่วบริเวณแน่นอน คือ ช่วงฤดูร้อน-ก่อนเข้าฤดูฝนนะคะ

ที่นั่งในร้าน, ยุ้งเกลือ บ้านแหลม โดย ณัฐ วงษ์
มุมให้ความรู้เกี่ยวกับนาเกลือ, ยุ้งเกลือ บ้านแหลม โดย ระหว่างทาง
อุปกรณ์ที่ใช้ขนเกลือจริง ๆ , ยุ้งเกลือ บ้านแหลม โดย KKRIDER KwarimE
กองเกลือ, ยุ้งเกลือ บ้านแหลม โดย Katy Katy
สะพานเดินชมนาเกลือ, ยุ้งเกลือ บ้านแหลม โดย Chanin Prakaiploy
สะพานกังหันใหญ่, ยุ้งเกลือ บ้านแหลม โดย apisara

วาฬบรูด้า, อ่าวบางตะบูน โดย Shutterstock.com

จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยสดงดงามอีกที่หนึ่ง สะพานอ่าวบางตะบูน สามารถเดินขึ้นมารับลมชมวิวได้ทุกเมื่อ แสงสีทองกระทบกับชายฝั่งทะเล มองเห็นตาข่ายดักปลาและกระต๊อบเล็ก ๆ ที่ชาวประมงสร้างไว้นอนเฝ้าหอย อีกทั้งบริเวณแถวสะพาน ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารมากมาย ที่มีบริการ ล่องเรือชม “วาฬบรูด้า” สัตว์สงวนลำดับที่ 16 ของประเทศไทย ที่หายากและใกล้สูญพันธ์เข้าไปทุกที สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ในช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน อย่างที่อ่าวบางตะบูนนี้ เจ้าวาฬจะขึ้นมาหาปลากะตักกินบนผิวน้ำ พร้อมกับโชว์ตัวให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม สังเกตจากนกนางนวลที่บินอยู่บริเวณนั้นเยอะ ๆ ก็ได้นะคะ แสดงว่าตรงนั้นปลากะตักเยอะ อีกไม่นานเจ้าวาฬต้องโผล่ขึ้นมาแน่นอน ช่วงเป็นภาพที่น่าชมมาก ๆ แต่ต้องรบกวนนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎในการชมอย่างเคร่งคัดด้วยนะคะ เพื่อจะได้ไม่ไปรบกวนธรรมชาติของน้อง แล้วเราจะได้กลับมาเจอน้องได้ทุก ๆ ปีเลยนะ

บนสะพาน, อ่าวบางตะบูน โดย Taweerat Kaw-ied

บรรยากาศรวม, อ่าวบางตะบูน โดย Shutterstock.com

บรรยากาศร้าน โดย Coco&coff

คาเฟ่ริมบึงที่รายล้อมไปด้วยสวนมะพร้าว Coco & Coff มาพร้อมบรรยากาศสงบ ร่มรื่น ร่มเย็นไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด มากไปด้วยที่นั่งโซนเอาท์ดอร์เป็นหลัก ทั้งแบบเปลผ้าใบ เปลเชือกแขวน และโต๊ะเก้าอี้ไม้ที่ตั้งอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ ความน่ารักอีกอย่าง คือ ในบางเมนูทางร้านมีการนำเอาลูกมะพร้าวที่แก่แล้วมาใช้เป็นภาชนะด้วยนะ คิวท์มาก เต็มอิ่มไปทั้งบรรยากาศและเมนูที่ใช้ส่วนผสมจากมะพร้าวเป็นหลักเลย ใครที่ชอบมะพร้าวอยู่แล้ว บอกเลยว่าคุณจะต้องหลงรักที่นี่อย่างแน่นอน ใครจะคิดว่ามะพร้าวผสมกับอะไรก็อร่อยขนาดนี้ ถ้าอยากรู้ว่าจะจริงไหมคงต้องมาลองด้วยตัวเองแล้วล่ะ แถมในทุก ๆ เดือน ทางคาเฟ่จะมีการจัดทำ “ตลาดนัดทำเพราะชอบ” ขึ้นมาให้ทุกท่านได้สัมผัสบรรยากาศดี ๆ ด้วยตัวเองด้วยน้า ใครมีโอกาสได้มาช่วงที่มีตลาด บอกเลยว่าคุณต้องอยากกลับมาที่นี่ซ้ำ ๆ อีกรอบแน่นอน

Coco & Coff โดย Thanan Watcharamai (Nan)
Coco & Coff โดย มะรี เหล่า
Coco & Coff โดย Pesama Saksanit
ภาพบรรยากาศรวมของร้าน โดย Coco&coff 

สะพานข้ามฝั่ง,  ตลาดน้ำกวางโจว โดย Pinitnun Tangngam

ตลาดน้ำบนน้ำตกแห่งแรกและหนึ่งเดียวในประเทศไทย กับ ตลาดน้ำกวางโจว หรือ ตลาดน้ำบนน้ำตกกวางโจว ด้วยทำเลที่ตั้งนี้ ทำให้บรรยากาศดี ร่มรื่น อากาศเย็นสบาย เดินเข้ามาถึงเราก็จะเจอ ซุ้มไม้ไผ่ติดแอร์เป็นอันดับแรกเลย ที่ได้ชื่อนี้เพราะซุ้มไม่ไผ่มีลักษณะโค้งสูงแถมยังอยู่ริมน้ำตก จึงทำให้บริเวณนั้นจะร่มเย็นเป็นพิเศษ ประหนึ่งซุ้มติดแอร์เลยล่ะ มีบ่อปลาบำบัดจากธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดมานั่งแช่เท้าด้วยนะ บริเวณตลาดด้านในก็จะเป็นสไตล์ไทยจ๋า ๆ เลย ฟีลย้อนยุค เพิงขายของทำจากไม่ไผ่แบบชาวบ้าน ๆ ของซื้อของขาย ทั้งอาหาร ของใช้ ส่วนใหญ่เป็นของพื้นเมืองทำมือทั้งนั้น ความน่ารักของตลาดนี้ คือ มีถุงพลาสติกน้อยมาก บรรจุภัณฑ์กับภาชนะจะใช้เป็นไม้ไผ่และใบตองกันแทบทุกร้านเลย แอ่งน้ำในบริเวณสามารถลงเล่นหรือเช่าเรือพายเล่นได้นะคะ จะมีพ่อค้าแม่ค้าบางส่วนพายเรือขายของด้วยน้า  โอ้โห ทั้งน่ารักทั้งมีความเป็นไทยขนาดนี้ สมกับเป็นตลาดน้ำอันดับหนึ่งของชาวเพชรบุรีจริง ๆ

💰  ค่าเข้า ตลาดน้ำกวางโจว

ค่าบัตรผ่านประตู (นำไปเป็นทุนการศึกษาในเด็กในชุมชน)

  • ราคา 25 บาท / ใบ
ทางเข้าตลาด, ตลาดน้ำกวางโจว โดย BAY N B P corporation co., ltd.
ร้านขายสินค้าโอท็อป, ตลาดน้ำกวางโจว โดย Rob S
สไปร์เดอร์แมนพายเรือขายขนม, ตลาดน้ำกวางโจว โดย anchalee k
จุดเช่าเรือพายเล่น, ตลาดน้ำกวางโจว โดย jaruk kanjanasasiwimol
อาหารในไม่ไผ่, ตลาดน้ำกวางโจว โดย Sirinad Koson

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับที่เที่ยวจังหวัดเพชรบุรีที่เราคัดมานี้  อยากบอกว่าแต่ละที่เป็นสถานที่เด็ด ๆ ของเมืองเพชรทั้งนั้นเลยนะ บางสถานที่นี่ Unseen สุด ๆ ชนิดที่ปล่อยผ่านไม่แวะเช็คอินไม่ได้เลยล่ะ สวยงามตาแตกเกินเรื่องเกินราวมากเวอร์ อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกตางหาก และที่สำคัญเมืองนี้เขาขึ้นชื่อเรื่องของหวาน มีของอร่อย ๆ มากมาย อาทิ ขนมหม้อแกง, น้ำตาลสด, ข้าวตัง, ทองม้วน เป็นต้น ขากลับห้ามลืมแวะซื้อขนมหม้อแกงสุดหอมหวานเด็ดขาด เนื้อนี่เนียนนุ่ม รสชาติละมุนละไมลิ้นขั้นสุด แถมมีให้เลือกหลายเจ้าสุด ๆ เอาไปทานให้น้ำตาลขึ้นกันไปเลย

Tags :
Klook.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว บันทึกการตั้งค่า